posted on 01 Jul 2008 15:35 by tonypink
Motorola ส่ง PDA สายพันธุ์ Linux ลงตลาด โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น คือ MotoMing a1200, a1600, a1800 Ming phone สร้างความสำเร็จให้ Motorola อย่างมาก รุ่น Ming a1200 ขายได้มากกว่าล้านเครื่องใน ไตรมาส 2 ของปี 2006 ด้วยตัวเครื่องที่เป็นแบบคริสตอล สวยงาม ล้ำสมัย ทำให้เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว Ming Phone ผลิตและจำหน่ายในเฉพาะตลาดเอเซียเท่านั้น ในรุ่นใหม่ใหม่ a1600, a1800 สนับสนุน GSM/GPRS, EDGE Class 10/12 และ GPRS Class 10 น่าเสียดายที่ยังไม่สนับสนุน 3G แต่สนับสนุน WiFi อยู่ถือว่าใช้แทนกันได้ มาดูรายละเอียดกันดีกว่า
* Display -- 2.4-inch TFT; 262K colors; 240 x 240 normal resolution; 240 x 320 full-screen
* Multimedia -- video capture at about 15fps; playback of MPEG4/H.263 at 39fps; video streaming/program download
* Web browser -- Opera browser, supporting SMS, MMS, and EMS/WAP 2.0
* MicroSD -- 1 x slot, up to 4GB storage
* USB -- 1 x micro-USB connector
* Bluetooth -- Class 2; supports A2DP profile
* GPS -- AGPS/GPS with mapping app
* Camera -- 3-megapixels with 8x zoom; CMOS AF with macro capacity; LED flash
* OCR -- handwriting recognition and onboard camera scans; business card
reader
* Other features -- FM radio; talking dictionary; MotoSync for contacts/calendar; alarm clock, calculator, Java ME games
* Dimensions -- 3.8 x 2.0 x 0.7 inches (95.5 x 52.3 x 17.5mm); 82 cc
* Weight -- 4.2 oz. (120g)
* Software -- Java ME; CLDC 1.1 and MIDP 2.0 compliant
* Operating system -- Linux
ที่มา - Linuxdevices
posted on 27 Jun 2008 11:57 by tonypink
Now, after wearing your air-conditioned clothes, you can come home from a hot day and sleep peacefully on your air-conditioned bed from Kuchofuku. Using extremely quiet dual-fans at the foot of the bed, cool air is pulled in from behind your head and circulated through the soft membrane which also acts as an air-cushion to support you. Best of all, the bed uses extremely low power, costing only $.24 per month if used eight hours a day!
______________________________________________________________________________________________
Specifications:
• Size: 92cm x 200cm (36in. x 79in)
• Weight: 2.4 kg (5.3 lbs.)
• 3 fan speed settings
• Power use: AC adapter 100v - 240v
• Fan power: 4.5w
• Timer: Set by the hour
• Includes a convenient and compact storage bag
______________________________________________________________________________________________
ที่มา http://www.kilian-nakamura.com/catalog/kuchofuku-airconditioned-bed-p-140.html
posted on 27 Jun 2008 11:52 by tonypink
โดยในงาน All Things D ของ Walt Mossberg ที่ผ่านมานั้น บิล เกตส์ และสตีฟ บัลเมอร์ ผู้บริหาร ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผย โชว์เดโมและรายละเอียดของ Windows 7 เป็นครั้งแรก
โดยในงาน All Things D ของ Walt Mossberg ที่ผ่านมานั้น บิล เกตส์ และสตีฟ บัลเมอร์ ผู้บริหาร ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผย โชว์เดโมและรายละเอียดของ Windows 7 เป็นครั้งแรก ซึ่งบัลเมอร์กล่าวว่า Windows 7 ที่นำมาโชว์นี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างไร ก็น่าสนใจอยู่ดี เพราะเป็น Windows ที่ทุกคนรอคอยมานาน ดังนั้นอย่ามัวเสียเวลาเลย มาดูรายละเอียดของ Windows 7 ที่นำมาแสดงในงานนี้ กันดีกว่า
- ฟีเจอร์แรกเลย ถ้าไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ นั่นคือ คือมัลติทัช เป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นมาก สำหรับ วินโดว์ตัวนี้ ซึ่ง ฟีเจอร์มัลติทัชนี้ สามารถใช้งานร่วมกับหน้าจอสัมผัสทั่วๆ ไปได้ โดยมัลติทัช จะทำให้เราสามารถสั่งการทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมกัน ตามที่เราต้องการเลย เกตส์และบัลเมอร์ยังกล่าวอีกว่า มัลติทัชนี้ ทำงานได้รวดเร็วกว่าเมาส์เสียอีก ถ้าใครยังนึกถึงฟีเจอร์ multi-touch ให้ลองนึกถึง multi touch ของไอโฟน หรือชมวิดีโอสาธิตการใช้งานมัลติทัชบน Windows 7 ได้โดยคลิก ที่นี่ (MSN วิดีโอ ไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาของบุคคลที่สาม)
- Two-finger zoom แบบใน iPhone มีการโชว์ให้ดูในงานนี้ด้วย
- โชว์การหมุนแผนที่โลก ซึ่งดึงข้อมูลจาก Microsoft Virtual Earth รวมถึงการขยายแผนที่ และหาสถานที่บนแผนที่
- กำหนดการคร่าวๆ ของการเปิดตัว Windows 7 โดยวางไว้ว่าน่าจะเป็นปลายปี 2552
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดของ Windows 7 อีกเล็กน้อย ที่ได้รับการเปิดเผยจาก Steven Sinofsky หัวหน้าทีมพัฒนา windows มาใหม่ ที่ได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ ซึ่งรายละเอียดนั้นจะเน้นไปที่เรื่องของระบบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- ไม่ใช้เคอร์เนลใหม่ แต่ใช้เคอร์เนลที่พัฒนาต่อมาจาก
- ความต้องการ Hardware ของ Windows 7 นั้น ต้องการขั้นต่ำเท่ากับ Vista นั่นแปลว่า ถ้าเราจะใช้ Windows 7 ก็คงต้องอัพเกรดเครื่องอีกแล้ว ถ้าไม่ได้ใช้ vista มาก่อนนะ
- จะไม่มีการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ เช่นพวกระบบความปลอดภัย กราฟฟิก ไดร์เวอร์ โดยจะพัฒนาต่อจากของ Vista เนื่องจาก ใน Vista นั้น วางรากฐานไว้ดีแล้ว
ก็คาดว่าหลังจากนี้คงจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ Windows 7 ออกมาเรื่อยๆ ถ้ามีข่าวอัพเดทอย่างไร จะรีบนำมาเสนอทุกๆ ท่านเลยครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไมโครซอฟต์ยันเข้าใจผิด Windows 7 มาหลังปี 2010 แน่
บิลเกต หลุดปาก Windows 7 อาจจะมาในปีหน้า
ไมโครซอฟท์ ขยายเวลาเก็บ XP Home เข้ากรุ ไปอีก 2 ปี
ที่มาของข่าว
posted on 10 Jun 2008 16:54 by tonypink

เมื่อคืนนี้ ( รุ่งเช้าของวันที่ 11 มิถุนายน ) ก็เป็นไปตามคาดหมายครับเมื่อ Apple เปิดตัว iPhone 3G
ซึ่งถือเป็น iPhone รุ่นที่สอง สนับสนุนการใช้งานในระบบ 3G และรองรับ GPS ในตัว
และที่ประหลาดใจมากที่สุด เครื่อง iPhone รุ่น 3G นี้ ตี๊ฟ จ๊อบ ทำเอาวงการมือถือปั่นป่วนอีกครั้ง เพราะด้วยคุณสมบัติที่แจ๋วขึ้นของ iPhone แบบผิดหูผิดตา แต่ราคากลับสวนทางกับ Spec โดยมีราคาเครื่องเริ่มต้นเพียง 199 เหรียญเท่านั้น เทียบเป็นเงินไทยก็ตก 6,600 บาท โอวววว มาย ก๊อดดด อะไรจะถูกขนาดนั้น
หน้าตาของ iPhone รุ่นใหม่ยังคงมีหน้าตาคล้ายๆกับเครื่องรุ่นปัจจุบัน เพียงแต่วัสดุตัวเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่แผ่นหลังใช้เป็นพลาสติกซึ่งคนที่ได้สัมผัสตัวจริงมาแล้วก็บอกว่ามันดูไม่กระจอกนะครับ เพียงแต่ว่าเวลาจับแล้วอาจจะมีรอยนิ้วมือนิดหน่อย

คุณสมบัติ
- รองรับเครือข่าย UMTS/HSDPA (850, 1900, 2100 MHz)
- รองรับเครือข่ายGSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)
- 8 GB สีดำ ราคา 199 US$
- 16 GB สีดำ และ ขาว ราคา 299 US$
- Bluetooth 2.0 + EDR
- Wi-Fi (802.11b/g)
- GPS (A-GPS)
- กล้อง 2.0 megapixels
- Photo geotagging
- iPhone เฟิร์มแวร์ 2.0
- หน่วยความจำมีให้เลือกทั้ง 8GB และ 16GB
- รองรับ Microsoft Exchange ActiveSync
- เล่น VDO ต่อเนื่องได้นาน 7 ชั่วโมง
- ฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 24 ชั่วโมง
- สนทนาต่อเนื่อง 5 ชั่วโมงถ้าใช้เครือข่าย 3G และ 10 ชั่วโมง GSM
- เปิดเครื่องรอรับสายได้สูงสุด 300 ชั่วโมง
- หม้อแปลงขนาดเล็กลงพกพาสะดวกขึ้น แต่ไม่ให้แท่น Dock อีกแล้วต้องซื้อเพิ่มเอง

สรุปแล้วสิ่งที่ iPhone รุ่นใหม่มีเปลี่ยนแปลงก็คือ
1. มี GPS
2. รองรับระบบ 3G
3. เหมาะกับองค์กรมากขึ้น สนับสนุน Microsoft Exchange
Features include:
- Push email
- Push contacts
- Push calendar
- Global Address List (GAL) support
- Certificates and identities
- WPA2/802.1X
- Enforced security policies
- More VPN protocols
- Device configuration
- Remote wipe
4. App Store สามารถ browse และ download applications ต่างๆได้โดยตรง


ทีนี้พอมีเรื่อง 3 G เข้ามาเกี่ยวข้องและ Apple บอกว่าจะเปิดขายในต่างประเทศให้ได้ 70 ประเทศภายในปีนี้ ซึ่งการทำงานของ 3G ในเครื่อง iPhone รุ่นนี้ หากมองในแง่เครือข่าย AIS ที่ทำ 3G บนคลื่นความถี่ 900 MHz ก็คงจะหมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย แต่ฝั่ง DTAC คงปลาบปลื้มแน่นอนเพราะทำบนคลื่นความถี่ 850 และ iPhone 3G รุ่นใหม่นี้มันรองรับเสียด้วย
ถ้าเมืองไทยอนุญาตให้ทำ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 เครื่องรุ่นนี้ก็คงใช้ได้โดยไม่มีปัญหาเช่นกัน แต่ท่าทาง กทช คงจะคิดหนักหลายตลบสำหรับการอนุญาตบนคลื่นความถี่ 2.1 ในอนาคต
เอาหละครับการมาของ iPhone 3G ครั้งนี้คงจะสร้างมาตราฐานใหม่ให้กับวงการมือถืออีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่ถูกลง และมาตราฐานลูกเล่นดีขึ้น การทำตลาดแบบนี้ของ iPhone ภาษาชาวบ้านเค้าเรียกว่ามันตัดราคากันชัดๆ!! แต่ในแง่คนซื้อคนใช้ งานนี้ยิ้มแก้มปริเลยจ้าๆๆๆ

Source : www.apple.com
ที่มา http://www.mrpalm.com/
posted on 10 Jun 2008 16:44 by tonypink
|
ฮือฮากันมากทีเดียวกับ iPhone3G ที่ประกาศเตรียมเปิดตัว 11 กรกฏาคม เดือนหน้านี้ ถึงจะยังไม่มีข่าวการขายที่แน่นอนสำหรับในประเทศไทย แต่ข่าวที่มาพร้อมกับราคา $199(8G) หรือประมาณ 6700 บาทไทย ก็เล่นเอาตลาด PDA Phone บ้านเราอึ้งไปตามๆกันครับ
ในช่วงที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการใช้งานในบ้านเรานี้ จะปลดล็อคได้ไม๊?, การซื้อขายต้องติดสัญญากับเครือข่ายในประเทศนั้นๆหรือเปล่า? ราคาเมื่อมาถึงบ้านเราจะขยับไปขนาดไหน? เรามาแอบดู Feature หนึ่งที่เพิ่มขีดความสามารถของ Maps ใน iPhone3G และ GPS ในตัวกันก่อนครับ
|
......
ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่นักกับ A-GPS(Assisted GPS) และการทำงานของ GPS ใน iPhone3G นี้ แต่ต้องถือว่าเมื่อผนวกกับความเร็วของเครือข่าย 3G เข้าด้วยแล้ว การทำงานเมื่อต้องการ Fixed ตำแหน่งผ่านเครือข่ายก็น่าจะเร็วกว่าเดิมเห็นๆ
|
ใน iPhone3G ใช้หลักการ 3 หลักใหญ่ในการระบุพิกัดคือ เมื่อมี GPS Reciver Built-in ในตัวเครื่อง ก็ใช้สัญญาณจากดาวเทียมปกติทั่วไป, ใช้ตำแหน่งเครือข่าย Wi-Fi Hot Spots และสุดท้ายใช้ตำแหน่งเสาส่งสัญญาณของเครือข่ายโทรศัพท์ในระบบเซลลูล่าร์ทั่วไป โดยในส่วนของ A-GPS จะช่วยเสริมการค้นหาตำแหน่งของดาวเทียมชุดที่อยู่ใกล้ที่สุดมาใช้ระบุพิกัดทำให้สามารถระบุพิกัดได้เร็วขึ้น, แต่เมื่อไม่สามารถใช้สัญญาณดาวเทียมในการระบุพิกัดได้เช่นเมื่อเข้าอยู่ภายในตัวอาคาร iPhone3G ก็จะใช้เครือข่ายจาก WiFi-Hot Spots(และถ้าเครือข่าย WiMax เกิดขึ้นได้จริง ก็จะเห็นผลกับเรื่องนี้มากๆ) และหากไม่สามารถระบุพิกัดจากเครือข่าย WiFi ได้ ก็จะหันไปใช้เครือข่ายจากชุดเสาส่งสัญญาณในระบบโทรศัพท์เซลลูลาร์ทั่วไปอีกที (แต่ที่ผ่านมาการใช้งานจากเครือข่ายโทรศัพท์เซลลูลาร์ในบ้านเรา ยังใช้ไม่ได้จริง) โดยที่การใช้งานที่เราเห็นจากรีวิวยังคงอิงอยู่กับโปรแกรม Maps ใน iPhone นั่นเอง
ทั้งนี้ Apple ยังระบุว่า GPS Receiver ที่ Built-in มากับ iPhone3G นี้มีการบริโภคแบตเตอรี่ที่ไม่สูงมาก สามารถเลือกสั่งให้เลิกทำงานเมื่อใดที่ต้องการได้ทันทีอีกด้วย
|
เมื่อเครื่องสามารถระบุพิกัดปัจจุบันได้แล้ว การค้นหาจุดน่าสนใจ (POI) ก็จะใช้ประโยชน์ได้จริงจังมากขึ้น กล่าวคือค้นหา POI ที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งปัจจุบันและสั่งนำทาง เหมือนโปรแกรมนำทางบนแพล็ตฟอร์ม WindowMobile ที่คุ้นเคยนั่นเอง แต่จากที่มีการเปิดตัวพบว่ายังสามารถดูรายงานสภาพจราจรที่ติดขัดได้อีกด้วย ซึ่งจุดนี้เองคงอีกไกลกว่าจะได้เห็นในเมืองไทย หรือถ้าเมื่อเครื่องนี้สามารถมาใช้งานในไทยได้จริงก็ยังคงต้องรอที่จะใช้งานฟังก์ชั่นดูสภาพจราจรอยู่ดีครับ
มารอลุ้นกันว่าในบ้านเราจะมีโอกาสได้ใช้งาน iPhone3G พร้อมทั้ง GPS Built-in กันหรือเปล่านะครับ รอดูกัน...
iampairoj